วันเสาร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2559

ภาษา ศิลปวัฒนธรรม และประเพณี....แม่จัน

ภาษา
ภาษาพูด ใช้พูดจากันเรียกว่า คำเมือง เนื่องจากเชียงรายเคยเป็นเมืองร้างผู้คนนานเกือบร้อยปี ได้มีการฟื้นฟูบ้านเมืองขึ้นมาใหม่เมื่อประมาณ ปี พ.ศ. 2384 โดยได้เกณฑ์ราษฎรจากเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ และชนเผ่าไตใหญ่ ไตลื้อ ไตยอง และไตขืน (เขิน) ซึ่งอพยพจากเชียงตุง และสิบสองปันนา รวมทั้งชาวลาวจากประเทศลาว ได้เข้ามาอาศัยอยู่รวมกัน ดังนั้นสำเนียงพูดของชาวเชียงรายจึงมีความหลากหลายทางสำเนียงในพื้นที่ต่างๆ
ภาษาเขียน เชียงรายก็เช่นเดียวกันกับจังหวัดทางภาคเหนืออื่น ๆ คือมีภาษาเขียนที่เรียกว่าอักขระล้านนา หรือตัวเมือง อักษรล้านนามีวิวัฒนาการมาจากอักษรพราหมีของอินเดีย มีการจัดระบบของหลักภาษาคล้ายกับภาษาบาลี อักษรล้านนามีรูปทรงกลมป้อมคล้ายอักษรพม่าและมอญ แต่หลักการทางภาษาไม่เหมือนกัน

ปอยหลวง


งานบุญปอยหลวงเป็นเอกลักษณ์ของชาวล้านนาซึ่งเป็นผลดีต่อสภาพทางสังคมหลายประการ นับตั้งแต่ชาวบ้านได้มาทำบุญร่วมกัน ร่วมกันจัดงานทำให้เกิดความสามัคคีในการทำงาน งานทำบุญปอยหลวงยังเป็นการรวมญาติพี่น้องที่อยู่ต่างถิ่นได้มีโอกาสทำบุญร่วมกัน และมีการสืบทอดประเพณีที่เคยปฏิบัติกันมาครั้งแต่บรรพชนไม่ให้สูญหายไปจากสังคม ช่วงเวลา จากเดือน 5 จนถึงเดือน 7 เหนือ (ตรงกับเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนเมษายนหรือเดือนพฤษภาคมของทุกปี) ระยะเวลาประมาณ 3-7 วัน

งานประเพณีขึ้นพระธาตุดอยตุง


จัดขึ้นในวันขึ้น 14-15 ค่ำ เดือนหกเหนือ หรือเดือนมีนาคม เป็นประเพณีของชาว ล้านนา รวมทั้งชาวไทยใหญ่ในพม่าที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา โดยชาวบ้านและพระสงฆ์ จะเดินขึ้นพระธาตุในตอนกลางคืน เมื่อมาถึงก็จะพากันนมัสการองค์พระธาตุก่อน จากนั้นจึงหาพื้นที่ประกอบอาหารเพื่อตักบาตรในตอนเช้า หลังจากตักบาตรแล้วจะ ช่วยกันบูรณะบริเวณองค์พระธาตุ เมื่อถึงยามค่ำคืนก็มารวมกันที่ปะรำพิธีเพื่อฟังเทศ

ประเพณีโล้ชิงช้าของชาวอีก้อ


ประเพณีของชาวอาข่า มีหลายประเพณีด้วยกัน เช่น การเล่นลูกข่าง การเล่นขนไก่แดง การไล่ผี และการโล้ชิงช้า การโล้ชิงช้านี้มีความหมาย ตามธรรมดา ชิงช้าทั่วไป จะมีเสา 2 ต้น และเชือก 2 เส้น แต่ว่า การโล้ชิงช้าของชาวอาข่า จะมีเสา 4 ต้น แต่มีเชือกเส้นเดียว ตรงกลาง เปรียบเสมือนกับ ชนเผ่าอาข่า มีน้ำใจรวมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน อยู่ที่ไหนก็ทำประเพณีเหมือนกัน มีความหมายเหมือนกัน และจะจัดงานประเพณีโล้ชิงช้าในช่วง ฤดูฝน ปลายเดือนสิงหาคม หรือต้นเดือนกันยายนของทุกปร ประเพณีโล้ชิงช้านี้ จะจัดขึ้นเพื่อให้เกียรติผู้หญิงของชนเผ่าอาข่า เมื่อว่างเว้นจากการทำไร่ ทำสวน ก็จะมาสนุกสนานและมาเล่นชิงช้าด้วยกัน
ดังนั้น ในการจัดงานประเพณีโล้ชิงช้าในปัจจุบันนี้ ก็เพื่อวัตถุประสงค์ให้ลูก ๆ หลาน ๆ ได้รู้ได้เห็น และสืบสานต่อวัฒนธรรมดั้งเดิมให้คงอยู่ตลอดไป



แหล่งอ้างอิง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น